บริการวางแผนและยื่นภาษีครบวงจร
เซฟภาษีอย่างถูกกฎหมาย ปิดรอยรั่วทางธุรกิจ ยื่นตรงเวลา ไร้กังวลเรื่องเบี้ยปรับย้อนหลัง
เซฟภาษีอย่างถูกกฎหมาย
ปิดรอยรั่วทางธุรกิจ ยื่นตรงเวลา ไร้กังวลเรื่องเบี้ยปรับย้อนหลัง
การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง สิ่งที่ต้องจัดการควบคู่กันไปคือการบริหารภาษีอย่างชาญฉลาด เราเข้าใจดีว่ากฎหมายภาษีของกรมสรรพากรมีการอัปเดตและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จนอาจทำให้คุณรู้สึกกังวลและเสียเวลาโฟกัสงานขาย บริการวางแผนภาษีและยื่นภาษีของเรา จึงออกแบบมาเพื่อเป็นเกราะป้องกันธุรกิจ ช่วยลดความเสี่ยงจากการโดนค่าปรับ และช่วยดีไซน์โครงสร้างภาษีเพื่อให้ธุรกิจของคุณเซฟค่าใช้จ่ายได้มากที่สุดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100%
ขอบเขตงานสิ่งที่คุณจะได้รับ (Our Deliverables)
"ดูแลเชิงรุก อุดทุกความเสี่ยง เหมือนมีญาติผู้ใหญ่คอยตักเตือน"
เราไม่เพียงแค่ทำหน้าที่กรอกตัวเลขแล้วยื่นส่งไปวันๆ แต่ทีมงานของเราจะคอยมอนิเตอร์สถานะทางการเงินของธุรกิจคุณแบบเชิงรุก หากพบจุดเสี่ยงที่อาจทำให้กรมสรรพากรเพ่งเล็ง หรือพบช่องทางที่สามารถช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่าเดิม เราจะรีบยกหูโทรหาและให้คำแนะนำทันที เพื่อให้คุณนอนหลับได้สนิทในทุกๆ คืน
ลูกค้ากว่าร้อยรายไว้วางใจให้เราดูแลธุรกิจ
10+
ปีประสบการณ์
100+
ลูกค้าที่ไว้วางใจ
1,000+
งานบริการที่สำเร็จ
99%
งานบริการที่สำเร็จ
ค่าบริการจัดทำบัญชี และภาษีรายเดือน
บริการบัญชีที่ออกแบบให้เหมาะกับทุกขนาดธุรกิจ
ตั้งแต่เจ้าของกิจการรายย่อยไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เราช่วยจัดการบัญชีและภาษีรายเดือนอย่างถูกต้อง
พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนภาษีอย่างมืออาชีพ
Start Package
0-70 รายการ
฿4,500
ต่อเดือน
บัญชีรายเดือน 0-70 รายการ
ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลือกแพ็คเกจGrowth Package
71-100 รายการ
฿6,500
ต่อเดือน
บัญชีรายเดือน 71-100 รายการ
ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลือกแพ็คเกจProfessional Package
101-150 รายการ
฿7,500
ต่อเดือน
บัญชีรายเดือน 101-150 รายการ
ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลือกแพ็คเกจEnterprise Package
151-200 รายการ
฿8,500
ต่อเดือน
บัญชีรายเดือน 151-200 รายการ
ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลือกแพ็คเกจEnterprise+ Package
200 รายการขึ้นไป
สอบถามราคา
ต่อเดือน
บัญชีรายเดือน 200 รายการขึ้นไป
ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลือกแพ็คเกจFAQ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการวางแผนและยื่นภาษี
Q1
Q : หากบริษัทจด ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว แต่ในเดือนนั้นไม่มีรายได้เลย ยังต้องยื่นแบบไหม?
A: ยังต้องยื่นทุกเดือนครับ ตราบใดที่ธุรกิจของคุณยังอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแม้ในเดือนนั้นจะไม่มียอดซื้อหรือยอดขายเลย (ไม่มีเอกสารรับ-จ่าย) คุณก็ยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 (ยื่นยอดเป็นศูนย์ หรือที่เรียกว่างบเปล่า) ให้ตรงเวลาภายในวันที่กฎหมายกำหนด หากละเลยจะมีโทษปรับทางอาญาและเสียเงินเพิ่มครับ
Q2
Q : การยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ผิดพลาด หรือประมาณการกำไรต่ำไป จะโดนค่าปรับอย่างไร?
A: หากประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกิน 25% ของกำไรจริงเมื่อสิ้นปี โดยไม่มีเหตุอันสมควร จะต้องเสียเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) ในอัตรา 20% ของภาษีที่ชำระขาดไปครับ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่ SMEs พลาดกันเยอะมาก แต่ทีมงานของเราจะช่วยคุณรีวิวผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกอย่างละเอียดเพื่อทำการประมาณการให้ใกล้เคียงความจริงที่สุดครับ
Q3
Q : หากได้รับจดหมายเชิญพบ หรือ หมายเรียก ตรวจสอบภาษี จากกรมสรรพากร ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
A: อันดับแรกอย่าเพิ่งตื่นตระหนก และยังไม่ควรเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองโดยไม่มีที่ปรึกษาครับ แนะนำให้ส่งจดหมายฉบับนั้นมาให้ทีมงานของเราตรวจสอบทันที เพื่อประเมินประเด็นที่สรรพากรต้องการตรวจ จากนั้นเราจะช่วยคัดแยกเอกสารหลักฐานให้รัดกุม และทำหน้าที่เป็นตัวแทนเข้าไปพูดคุยชี้แจงแทนคุณ เพื่อลดความเสี่ยงจากการโดนประเมินภาษีเพิ่มโดยไม่จำเป็นครับ
Q4
Q : การ "วางแผนภาษี" แตกต่างจาก"การหนีภาษี" อย่างไร?
A: แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ "การหนีภาษี" คือการเจตนาปกปิดรายได้หรือสร้างค่าใช้จ่ายเท็จซึ่งผิดกฎหมายร้ายแรง ส่วน "การวางแผนภาษี" คือการนำช่องบทบัญญัติทางกฎหมาย สิทธิประโยชน์ และมาตรการลดหย่อนต่างๆที่กรมสรรพากรส่งเสริม มาปรับใช้และดีไซน์โครงสร้างธุรกิจอย่างถูกกฎหมายเพื่อให้ธุรกิจเสียภาษีต่ำที่สุดอย่างปลอดภัยและยั่งยืนครับ
Q5
Q : ใบเสร็จรับเงินหรือ ใบกำกับภาษีที่สูญหาย หรือไม่มีชื่อบริษัท สามารถนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีได้ไหม?
A: ในทางภาษีซื้อของระบบ VAT จะไม่สามารถนำมาใช้หักลบได้ครับ แต่ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล หากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อประโยชน์ของธุรกิจทีมงานของเราจะช่วยให้คำแนะนำในการจัดทำ "ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน"หรือใช้หลักฐานการโอนเงินคู่กับเอกสารประกอบอื่นๆ เพื่อให้สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้อย่างถูกต้องตามเกณฑ์ของกรมสรรพากรครับ
Q6
Q : เอกสารบัญชีและใบกำกับภาษีต่างๆของบริษัทต้องเก็บรักษาไว้ทั้งหมดกี่ปี สรรพากรถึงจะหมดสิทธิ์ตรวจภาษีย้อนหลัง?
A: ตามกฎหมายประมวลรัษฎากรระบุว่า นิติบุคคลมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารรับ-จ่ายรวมถึงใบกำกับภาษีไว้อย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันที่ส่งมอบงบการเงินครับ แต่ในทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยขั้นสุด ทีมงานของเรามักจะแนะนำให้ลูกค้าเก็บไว้ 10 ปีครับ เพราะหากมีกรณีที่กรมสรรพากรสงสัยว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษี หรือมีการยื่นภาษีคลาดเคลื่อน เจ้าหน้าที่พนักงานจะอำนาจตามกฎหมายในการขยายเวลาตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้สูงสุดถึง 10 ปี การจัดเก็บเอกสารไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน จะช่วยให้เรามีหลักฐานแน่นหนาพร้อมชี้แจงและปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจคุณได้อย่างมั่นใจที่สุดครับ