จดทะเบียนบริษัทปี 2026 ต้องใช้เงินเท่าไหร่? สรุปค่าใช้จ่ายทุกบาทที่ซ่อนอยู่ (มือใหม่ควรอ่าน)
จดทะเบียนบริษัทปี 2026
ต้องใช้เงินเท่าไหร่?
สรุปค่าใช้จ่ายทุกบาทที่ซ่อนอยู่ (มือใหม่ควรอ่าน)
ยินดีด้วยครับที่ธุรกิจของคุณกำลังจะก้าวไปอีกขั้น! จากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือคนทำโปรเจกต์เล็กๆ วันนี้คุณกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็น "กรรมการผู้จัดการ" มีตราประทับ มีบริษัทเป็นของตัวเองแล้ว แต่สารภาพมาดีๆ ว่า ตอนนี้ในใจกำลังแอบกังวลเรื่องตัวเลขค่าใช้จ่ายหลังจดบริษัทอยู่ใช่ไหมครับ? หลายคนเคยไปเสิร์ชตามเน็ตแล้วเจอคำโฆษณาว่า "จดบริษัทราคาหลักพัน" แต่พอเอาเข้าจริงกลับเจอค่าใช้จ่ายงอกตามมาเหมือนเห็ดหลังฝน จนงบประมาณบานปลายและพาลจะเครียดตั้งแต่วันแรก
ที่ SETUP ACCOUNTING เราไม่อยากให้ก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ของคุณต้องสะดุดเพราะความไม่รู้ครับ วันนี้เราจะมาแบไต๋ แคะกระปุกกางตัวเลขทุกบาททุกสตางค์แบบโปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด เหมือนพี่สาวคนโตในครอบครัวมานั่งจับเข่าสรุปให้ฟังอย่างละเอียด ตั้งแต่เงินก้อนแรกที่ต้องจ่าย ไปจนถึงรายจ่ายต่อเนื่องที่คุณต้องเจอในฐานะนิติบุคคลในปี 2026 นี้ครับ
เฟสที่ 1: ค่าธรรมเนียมภาครัฐที่ต้องจ่ายตอน "เริ่มจัดตั้ง"
ด่านแรกสุดคือเงินที่เราต้องจ่ายให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแลกกับตรายางดิจิทัลและหนังสือรับรองบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันรัฐบาลเปิดให้จดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ (e-Registration) ซึ่งช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมไปได้เยอะมาก โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะแปรผันตาม "ทุนจดทะเบียน" ของบริษัทคุณครับ
สำหรับธุรกิจ SMEs และสตาร์ทอัพเริ่มต้นทั่วไป มักจะนิยมตั้งทุนจดทะเบียนไว้ที่ 1,000,000 บาท (ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความน่าเชื่อถือได้ดีและค่าธรรมเนียมไม่แรงเกินไป) โดยจะมีค่าใช้จ่ายภาคบังคับในเฟสแรกดังนี้ครับ:
สรุปงบประมาณเฟสที่ 1: จ่ายให้รัฐกลมๆ อยู่ที่ประมาณ 5,900 - 6,100 บาท ครับ (กรณีทุน 1 ล้านบาท)
เฟสที่ 2: ค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ไม่มีใครบอกคุณ (Hidden Costs)
พอนักธุรกิจมือใหม่ได้ใบรับรองบริษัทมาปุ๊บ มักจะคิดว่า "เย้! จบแล้ว เสียเงินแค่นี้เอง" แต่ช้าก่อนครับ... ในความเป็นจริง ษริษัทของคุณยังไม่สามารถเริ่มดำเนินงานได้เลยถ้าขาดค่าใช้จ่ายในเฟสที่ 2 นี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องควักเงินจ่ายเพิ่มเองนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมรัฐครับ:
1. ค่าทำตรายางบริษัท (Corporate Seal)
แม้ว่ากฎหมายในปัจจุบันจะเปิดช่องให้บริษัทไม่จำเป็นต้องใช้ตรายางในการเซ็นเอกสารแล้ว (ยกเว้นข้อบังคับบริษัทกำหนดไว้) แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เวลาคุณเดินไปเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท, ไปขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), หรือแม้แต่เซ็นสัญญากับคู่ค้าองค์กรใหญ่ๆ 99% ยังคงเรียกหา "ตรายางบริษัท" เสมอเพื่อความปลอดภัยในการทำนิติกรรมต่างๆ ค่าจัดทำตรายางคุณภาพดีๆ ด้ามจับถนัดมือ จะอยู่ที่ประมาณ 300 - 600 บาท ต่อชิ้นครับ
2. ค่าจัดเตรียมที่ตั้งสำนักงาน (Office Address)
บริษัทจำกัดจำเป็นต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเพื่อใช้จดทะเบียนและรับเอกสารจากราชการ หากคุณใช้บ้านตัวเองหรืออาคารพาณิชย์ของตัวเอง จุดนี้อาจจะไม่มีค่าเช่า แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายในการทำป้ายชื่อบริษัทมาติดหน้าบ้าน (กฎหมายบังคับว่าต้องติดป้ายชื่อบริษัทให้เห็นชัดเจน ไม่งั้นมีโทษปรับนะครับ) ค่าทำป้ายฟิวเจอร์บอร์ดหรือป้ายอะคริลิกสวยๆ อยู่ที่ 500 - 2,000 บาท
แต่สำหรับสตาร์ทอัพหรือพ่อค้าออนไลน์ที่ไม่สะดวกใช้ที่อยู่บ้านตัวเอง (เพราะไม่อยากให้ที่อยู่ส่วนตัวไปโชว์บนหน้าเว็บสาธารณะ หรือนิติบุคคลของคอนโดไม่อนุญาตให้ใช้จดบริษัท) คุณจะต้องเช่าบริการ "สำนักงานเสมือน" (Virtual Office) เพื่อขอใช้ที่อยู่ในการจดทะเบียน อัตราค่าบริการในตลาดปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 3,500 บาทต่อเดือน (มักจะเก็บเป็นรายปี ตกปีละประมาณ 18,000 - 40,000 บาท)
เฟสที่ 3: ค่าใช้จ่าย "รายเดือนและรายปี" หลังเป็นบริษัท (Running Costs)
จุดนี้แหละครับที่เป็นจุดปราบเซียน และทำให้มือใหม่หลายคนช็อก เพราะทันทีที่คุณสถานะเปลี่ยนเป็น "นิติบุคคล" กฎหมายจะมองว่าคุณเป็นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบระบบบัญชีทันที ไม่ว่าในเดือนนั้นบริษัทของคุณจะมีรายได้เข้ามา 10 ล้านบาท หรือมียอดขายเป็น "0 บาท" (งบเปล่า) คุณก็มีค่าใช้จ่ายภาคบังคับที่ต้องจ่ายเป็นประจำ ดังนี้ครับ:
1. ค่าบริการรับทำบัญชีและยื่นภาษีประจำเดือน
ตามพระราชบัญญัติการบัญชี บริษัทต้องจัดให้มี "ผู้ทำบัญชี" ที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่พาณิชย์กำหนด คอยบันทึกจัดระเบียบ เอกสารรับ-จ่าย และทำหน้าที่ยื่นแบบภาษีประจำเดือนให้กับ กรมสรรพากร (เช่น ภ.พ.30 สำหรับ VAT, ภ.ง.ด.1, 3, 53 สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย) อัตราค่าบริการของสำนักงานบัญชีทั่วไปสำหรับธุรกิจเปิดใหม่ รายการเอกสารน้อย จะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 - 3,500 บาทต่อเดือน (ปีละประมาณ 24,000 - 42,000 บาท)
2. ค่าธรรมเนียมผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA Audit Fee)
เมื่อครบกำหนดสิ้นปี บัญชีที่ทำมาทั้งหมดตลอด 12 เดือนจะต้องถูกรวบรวมเป็น งบการเงิน และกฎหมายบังคับว่าต้องส่งให้ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ซึ่งเป็นบุคคลที่สามที่มีความเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ มาทำการตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินนั้น ก่อนจะนำส่งงบให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อัตราค่าสอบบัญชีประจำปี (จ่ายปีละครั้ง) สำหรับบริษัทขนาดเล็กที่ไม่มีสต็อกสินค้าซับซ้อน จะเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000 - 10,000 บาทต่อปี
ตัวอย่างสถานการณ์จริง:
จดบริษัททุน 1 ล้าน ต้องเตรียมเงินสดเท่าไหร่ในขวบปีแรก?
เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนและวางแผนการเงินได้ถูก SETUP ACCOUNTING ขอจำลองสถานการณ์ของพ่อค้าออนไลน์คนหนึ่งที่ตัดสินใจจดบริษัททุน 1 ล้านบาท และเลือกใช้ที่อยู่บ้านตัวเอง โดยจ้างสำนักงานบัญชีดูแลหลังบ้านให้ทั้งหมด มาดูกันครับว่าใน 1 ปีเขาต้องเจอค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง:
ค่าใช้จ่ายวันแรก
รวมวันแรกที่ต้องกำเงินสดไว้: 7,800 บาท
ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องตลอดปีแรก
รวมค่ารักษาสภาพบริษัทต่อปี: 38,000 บาท
*** รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในขวบปีแรก (Year 1): 45,800 บาท ***
สรุปคำแนะนำจากใจครอบครัว SETUP
การจดทะเบียนบริษัทเปรียบเสมือนการคลอดลูกคนใหม่ครับ วันแรกที่เขาเกิดมามันตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวัง แต่หลังจากนั้นคือการดูแลฟูมฟักที่ต้องใช้ความใส่ใจและงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปีละประมาณ 3-4 หมื่นบาทในการรักษาสภาพนิติบุคคล ถือเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลหากแลกกับความน่าเชื่อถือ ฐานภาษีที่ต่ำลง และโอกาสในการขยายธุรกิจไปดีลงานระดับร้อยล้าน
ก้าวแรกของธุรกิจสำคัญที่สุดครับ อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องเอกสารหรือกลัวงบบานปลายมาหยุดยั้งความฝันของคุณ หากคุณอยากเริ่มต้นอย่างถูกต้อง อุ่นใจ และมีพาร์ทเนอร์คอยเคลียร์ทุกข้อสงสัย ทักมาคุยกับครอบครัว SETUP สิครับ เราพร้อมช่วยดูแลเรื่องการจดทะเบียนบริษัทและ วางระบบบัญชี ให้คุณแบบครบวงจรในราคาสบายกระเป๋า เจ้าของธุรกิจคุยง่าย ปลอดภัย และดูแลคุณเหมือนคนในครอบครัวแน่นอนครับ!