ถ้าคุณกำลังจะเปิดบริษัทเป็นครั้งแรก คำถามที่ค้างอยู่ในหัวส่วนใหญ่ไม่ใช่ “ต้องทำอะไรบ้าง” — แต่เป็น “จะพลาดตรงไหนโดยไม่รู้ตัว”
คำตอบสั้นๆ ก่อน: การเปิดบริษัทจำกัดในประเทศไทยมี 6 ขั้นตอนหลัก
- จองชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
- จัดประชุมจัดตั้งบริษัท
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
- ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
- จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะกรณีที่รายได้ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี)
เปิดบริษัทคืออะไร และควรเปิดเมื่อไหร่
การเปิดบริษัทคือการแยก “ตัวคุณ” ออกจาก “ธุรกิจของคุณ” ตามกฎหมาย นับจากวันที่จดทะเบียนเสร็จ บริษัทจะกลายเป็นนิติบุคคลที่มีสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง ทำสัญญาเองได้ ถือทรัพย์สินเองได้ และรับผิดในหนี้ของตัวเอง
จังหวะที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจเปิดมักมาจากสองแรงกดดัน — ภาระภาษีบุคคลธรรมดาที่เริ่มหนักเกินไป กับคู่ค้าที่เริ่มขอใบกำกับภาษีหรือขอทำสัญญากับนิติบุคคลเท่านั้น
ในแง่ภาษี บริษัทที่เข้าเงื่อนไข SME จะได้อัตราก้าวหน้า ไม่ใช่อัตราเดียวแบบที่หลายคนเข้าใจ
| กำไรสุทธิต่อปี (บาท) | อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล |
|---|---|
| 0 – 300,000 | ยกเว้น |
| 300,001 – 3,000,000 | 15% |
| เกิน 3,000,000 | 20% |
เงื่อนไข SME คือทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และ รายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี บริษัทที่ไม่เข้าเงื่อนไขนี้เสียภาษีในอัตราเดียวคือ 20% ของกำไรสุทธิ
ที่มา: อัตราภาษีและการคำนวณภาษี — กรมสรรพากร (ตรวจสอบเมื่อ 8 กันยายน 2569)
มีอีกเรื่องที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้น เพราะมีคนเข้าใจผิดกันมาก — คำว่า “บริษัทจำกัด” หมายถึงความรับผิดของผู้ถือหุ้นจำกัดอยู่ที่มูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบเท่านั้น ในทางทฤษฎีถ้าธุรกิจล้ม ทรัพย์สินส่วนตัวของคุณจะไม่ถูกดึงไปด้วย
แต่ในทางปฏิบัติ เกราะนี้บางกว่าที่หลายคนคิด เพราะเมื่อบริษัทใหม่ไปขอสินเชื่อหรือเช่าพื้นที่ ธนาคารและผู้ให้เช่ามักขอให้กรรมการค้ำประกันส่วนตัวอยู่ดี — เท่ากับความรับผิดกลับมาที่ตัวคุณผ่านสัญญาค้ำประกัน ไม่ใช่ผ่านกฎหมายบริษัท การเปิดบริษัทจึงช่วยเรื่องภาษีและความน่าเชื่อถือได้ชัดเจนกว่าที่จะช่วยเรื่องการปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวในช่วงปีแรกๆ
เรื่องนี้มีรายละเอียดมากกว่าที่จะอธิบายจบในหัวข้อเดียว — เราเขียนแยกไว้แล้วใน บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล แบบไหนเซฟภาษีและปลอดภัยกว่ากัน ซึ่งมีการคำนวณจุดคุ้มทุนให้ดูชัดๆ
จดบริษัทต้องมีกี่คน
คำถามนี้เปลี่ยนคำตอบไปแล้ว หลังการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มีผลบังคับใช้ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 23 พ.ศ. 2565) ซึ่งลดจำนวนผู้เริ่มก่อการขั้นต่ำของบริษัทจำกัดลง จากเดิมที่ต้องใช้ 3 คน เหลือเพียง 2 คน
ผู้เริ่มก่อการต้องเป็นบุคคลธรรมดา บรรลุนิติภาวะ และต้องถือหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น ส่วนกรรมการบริษัทจะมีกี่คนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือหุ้น
ที่มา: พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมป.พ.พ. (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า · ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนที่ 69 ก (ตรวจสอบเมื่อ 8 กันยายน 2569)
เอกสารที่ต้องเตรียม
รายการพื้นฐานสำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป:
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้เริ่มก่อการและกรรมการทุกคน
- สำเนาทะเบียนบ้านที่จะใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือสัญญาเช่า (กรณีไม่ได้เป็นเจ้าของ)
- แผนที่ตั้งสำนักงาน
- ชื่อบริษัทที่จองไว้แล้ว 3 ชื่อ เรียงตามลำดับความต้องการ
- รายละเอียดวัตถุประสงค์ของบริษัท
- ข้อมูลทุนจดทะเบียนและการแบ่งหุ้น
ถ้าใช้บ้านตัวเองเป็นที่ตั้งบริษัท ให้ตรวจสอบก่อนว่าเป็นบ้านในโครงการที่มีข้อห้ามจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่ — จุดนี้ทำให้หลายคนต้องหยุดกลางทาง
ทุนจดทะเบียนควรใส่เท่าไร
ไม่มีตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับทุกคน แต่มีหลักคิดที่ใช้ได้จริง
ทุนจดทะเบียนไม่ใช่เงินที่ต้องมีอยู่ในบัญชีตลอดเวลา มันคือจำนวนที่ผู้ถือหุ้นผูกพันว่าจะชำระ และเป็นตัวเลขที่คู่ค้าเห็นได้จากหนังสือรับรอง — จึงทำหน้าที่เป็นสัญญาณความน่าเชื่อถือไปในตัว
สามปัจจัยที่ควรชั่งน้ำหนัก คือ ความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้าและสถาบันการเงิน · เงื่อนไข SME ที่ผูกกับทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท · และภาระผูกพันจริง เพราะทุนที่จดไว้คือจำนวนที่ผู้ถือหุ้นผูกพันว่าจะต้องชำระ การใส่ตัวเลขสูงเกินกำลังจึงกลายเป็นหนี้ที่ตามมาทีหลัง
ทุน 1 ล้านบาทเป็นตัวเลขที่ธุรกิจขนาดเล็กเลือกใช้บ่อยที่สุด เพราะสมดุลระหว่างความน่าเชื่อถือกับภาระผูกพันที่ต้องแบกจริง แต่ถ้าคุณต้องยื่นประมูลงานราชการหรือทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่ ตัวเลขที่เหมาะสมอาจสูงกว่านั้น
ขั้นตอนการจดทะเบียน ทีละขั้น
จองชื่อบริษัท
ยื่นได้ครั้งละ 3 ชื่อ ชื่อที่อนุมัติมีอายุ 30 วันและต่ออายุไม่ได้ ถ้าพ้นกำหนดต้องจองใหม่
จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
ระบุชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน และผู้เริ่มก่อการ
จัดประชุมจัดตั้งบริษัท
รับรองข้อบังคับ แต่งตั้งกรรมการ และกำหนดผู้สอบบัญชี
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
เมื่อนายทะเบียนรับจด บริษัทจึงมีสถานะนิติบุคคลสมบูรณ์
ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักใช้เป็นเลขผู้เสียภาษีได้เลย
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ยื่นภายใน 30 วันนับจากวันที่ถึงเกณฑ์
ทั้งหมดนี้ทำเองได้ และเราจะเขียนคู่มือฉบับลงมือทำเองแยกไว้อีกบทความหนึ่ง
จุดที่คนทำเองมักติดไม่ใช่ขั้นตอนที่ซับซ้อนที่สุด แต่เป็นขั้นที่ดูง่ายที่สุด — ชื่อบริษัทถูกปฏิเสธ หรือวัตถุประสงค์แคบเกินไปจนต้องจดแก้เพิ่ม ถ้าอยากให้มีคนตรวจเอกสารก่อนยื่น เรารับดูให้ได้ที่ บริการจดทะเบียนบริษัทและขอใบอนุญาต
จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน
เมื่อชื่อบริษัทผ่านการอนุมัติและเอกสารครบถ้วนแล้ว การยื่นจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับลำดับคิวในช่วงนั้นด้วย
ตัวแปรที่ทำให้ช้าไม่ใช่ขั้นตอนราชการ แต่คือเอกสารที่ต้องแก้กลับไปกลับมา ซึ่งเป็นเหตุผลที่การให้คนที่ทำงานนี้ประจำตรวจเอกสารก่อนยื่น มักประหยัดเวลาได้มากกว่าที่คิด
เปิดบริษัทใช้เงินเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นสามก้อน คือค่าธรรมเนียมภาครัฐตอนจัดตั้ง · ค่าใช้จ่ายแฝงที่คนมักลืม เช่น ตราประทับและป้ายชื่อ · และค่าใช้จ่ายประจำหลังเป็นบริษัทแล้ว เช่น ค่าทำบัญชีรายเดือนและค่าสอบบัญชีรายปี
ค่าธรรมเนียมภาครัฐตอนจัดตั้งบริษัทจำกัด (อัตราปัจจุบันอ้างอิงจากประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า — DBD)
| รายการจดทะเบียน | จำนวนเงิน (บาท) | รายละเอียดเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ | 500 | เก็บในอัตราคงที่ |
| จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท | 5,000 | เก็บในอัตราคงที่ (ไม่แปรผันตามทุนจดทะเบียนแล้ว) |
| อากรแสตมป์ | 200 – 400 | ต้นฉบับหนังสือบริคณห์สนธิ 200 บาท และข้อบังคับบริษัทอีก 200 บาท (กรณีที่มีการทำข้อบังคับ) |
| ค่ารับรองสำเนา / หนังสือรับรอง | ประมาณ 400 – 500 | ใบสำคัญ 100 บาท · หนังสือรับรองรายการละ 40 บาท · ค่ารับรองสำเนาหน้าละ 50 บาท |
| รวมยอดโดยประมาณ | 6,100 – 6,400 |
หมายเหตุ: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้สิ้นสุดมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียม 50% สำหรับระบบออนไลน์ (e-Registration) แล้ว
ที่มา: การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ตรวจสอบเมื่อ 8 กันยายน 2569) · อากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร (กรมสรรพากร)
เราแยกค่าใช้จ่ายทุกก้อนไว้ครบแล้วใน จดทะเบียนบริษัทต้องใช้เงินเท่าไหร่ สรุปค่าใช้จ่ายทุกบาทที่ซ่อนอยู่
หลังจดทะเบียนแล้วต้องทำอะไรต่อ
นี่คือหัวข้อที่สำคัญที่สุดของบทความนี้ และเป็นหัวข้อที่คนอ่านน้อยที่สุด
นับจากวันที่บริษัทเกิดขึ้น หน้าที่ตามกฎหมายเริ่มเดินทันที ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม:
| หน้าที่ | กำหนดเวลา | อ้างอิงกฎหมาย |
|---|---|---|
| จัดทำบัญชีและจัดให้มีผู้ทำบัญชี | ตั้งแต่วันที่จดทะเบียน | พ.ร.บ.การบัญชี |
| ปิดงบการเงินและให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ | ทุกรอบปีบัญชี | พ.ร.บ.การบัญชี |
| หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากร | ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (วันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) | ประมวลรัษฎากร มาตรา 50, 53 และ 3 เตรส |
| ขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม | ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับลูกจ้าง | พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 34 |
| จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น | ภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี | ป.พ.พ. มาตรา 1197 |
| นำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | ภายใน 1 เดือนนับจากวันประชุม | พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 |
| ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (ภาษีประจำปี) | ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี | ประมวลรัษฎากร มาตรา 68 |
| ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) | ภายใน 2 เดือนนับจากวันสิ้นรอบ 6 เดือนแรก | ประมวลรัษฎากร |
| ยื่นแบบ ภ.พ.30 (เฉพาะกิจการที่จด VAT) | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ถึงวันที่ 23) | ประมวลรัษฎากร |
ที่มาของกำหนดเวลาในตาราง: หลักเกณฑ์การนำส่งงบการเงิน — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า · อัตราภาษีและการคำนวณภาษี — กรมสรรพากร · สำนักงานประกันสังคม (พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 34)
บทลงโทษไม่ได้เล็ก และค่าปรับการนำส่งงบล่าช้าคิดเป็นขั้นบันได ยิ่งช้ายิ่งแพง
| ความล่าช้าในการนำส่งงบการเงิน | ค่าปรับต่อคน | รวมที่บริษัทต้องจ่ายจริง |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 2 เดือน | 1,000 บาท | 2,000 บาท |
| เกิน 2 เดือน ถึง 4 เดือน | 4,000 บาท | 8,000 บาท |
| เกิน 4 เดือน หรือไม่นำส่งเลย | 6,000 บาท | 12,000 บาท |
จุดที่คนคิดผิดบ่อยคือคิดว่าค่าปรับคือตัวเลขเดียว — จริงๆ แล้วปรับ ทั้งผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีและกรรมการผู้จัดการ คนละเท่ากัน ยอดจริงจึงเป็นสองเท่า ส่วนโทษสูงสุดตาม พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 30 อยู่ที่ไม่เกิน 50,000 บาท
ที่มา: หลักเกณฑ์การนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า · ตารางอัตราค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้า (ตรวจสอบเมื่อ 8 กันยายน 2569)
สรุป — สิ่งที่ควรตัดสินใจก่อนเริ่ม
เปิดบริษัทไม่ใช่เส้นชัย มันคือวันที่นาฬิกาเริ่มเดิน
ก่อนยื่นเอกสารวันแรก มีสามเรื่องที่ควรตัดสินใจให้จบก่อน — จะใส่ทุนจดทะเบียนเท่าไร · ใครจะเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการจริงๆ · และใครจะดูแลบัญชีกับการปิดงบให้ตั้งแต่รอบปีแรก
อยากให้ช่วยดูตั้งแต่จดทะเบียนถึงปิดงบปีแรก?
ดูรายละเอียดบริการได้ก่อน — คุยกับทีม SETUP ได้เมื่อพร้อม ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เปิดบริษัทต้องทำอะไรบ้าง
มี 6 ขั้นตอนหลัก คือ จองชื่อบริษัท จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ จัดประชุมจัดตั้งบริษัท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี
หลังจดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ
ต้องจัดทำบัญชี ปิดงบและให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบทุกรอบปี จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือน นำส่งงบต่อ DBD ภายใน 1 เดือนนับจากวันประชุม และยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน
ทุนจดทะเบียนควรใส่เท่าไร
ไม่มีตัวเลขตายตัว ชั่งจากความน่าเชื่อถือ เงื่อนไข SME (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้าน) และภาระผูกพันจริง ค่าธรรมเนียมจัดตั้งเป็นอัตราคงที่แล้ว ธุรกิจขนาดเล็กนิยมใช้ทุน 1 ล้านบาท
ตรวจทานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต:
- น.ส.ณัษฐพร สดมภ์วัฒน — เลขทะเบียน 12896
- นางสาวสลิลทิพย์ เหล่าสุทธิ — เลขทะเบียน 13684
- นายธรรมรินทร์ พรใบหยก — เลขทะเบียน 14952
- กรมสรรพากร — อัตราภาษีและการคำนวณภาษี (SME)
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — คู่มือจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด (ค่าธรรมเนียม)
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมป.พ.พ. (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 (ผู้เริ่มก่อการ 2 คน)
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — ตารางอัตราค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้า
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — หน้าหลัก
- สำนักงานประกันสังคม — หน้าหลัก
- กรมสรรพากร — หน้าหลัก (อากรแสตมป์อ้างอิงบัญชีอัตราท้ายประมวลรัษฎากร)
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีเฉพาะราย กฎหมาย อัตราภาษี และค่าธรรมเนียมมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรณีของแต่ละธุรกิจมีรายละเอียดต่างกัน ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่ปรึกษากฎหมายก่อนดำเนินการจริง